แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยีก่อกำเนิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยีก่อกำเนิด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

10 เทคโนโลยีก่อกำเนิด ปี 2555 (10 Emerging Technologies 2012)

1. เซลล์ไข่ต้นกำเนิด (Egg Stem Cells) การค้นพบครั้งนี้จะสามารถเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงอายุมากสามารถมีบุตรได้


2.  การแปลงฟูเรียร์แบบเร็ว (A Faster Fourier Transform) เป็นเทคนิคทางคณิตศาสตร์ ที่จะทำให้โลกทางดิจิตอลปัจจุบัน รวดเร็วมากกว่าที่เคยเป็น


3. โซล่าเซลล์จากบริษัท Semprius  (Ultra-Efficient Solar Cell from Semprius) ที่จะสามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้เทียบเคียงเชื้อเพลิงจากถ่านหินและปิโตรเลียมในอนาคต (Fossil Fuels)



4. นาโนพอร์ ซีเควนซิ่ง (Nanopore Sequencing) เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ลำดับเบสของสาย DNA สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์เฉพาะบุคคล การตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหาร รวมถึงการพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์


5. การถ่ายภาพโดยใช้สนามแสง (Light-Field Photography) เป็นเทคโนโลยีที่เราจะสามารถโฟกัสรูปภาพ ภายหลังที่เราถ่ายรูปนั้นมาแล้ว 



6. การระดมทุน (Crowdfunding)  เทคนิคการระดมเงินทุนจากคนต่างๆทั่วโลกที่สนใจจะลงทุนในไอเดียใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้ไอเดียดีๆเหล่านั้นกลายเป็นธุรกิจได้จริงๆ (ลองดูรายละเอียดเพิ่มจาก web คนไทยได้ Click )


 7. ระบบเครือข่ายเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Microgrids) จะทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ห่างไกลความเจริญได้มีไฟฟ้าใช้ เช่น ไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างหรือชาร์จโทรศัพท์มือถือ



8. การค้นหาวัสดุด้วยเทคนิคที่มีความเร็วสูง (High-Speed Materials Discovery) เป็นหนึ่งในวิธีใหม่ที่ใช้หาวัสดุสำหรับแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน


9. ทรานซิสเตอร์แบบสามมิติ (3-D Transistors) จะทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่มีหน่วยประมวลผล (Processor)  ทำงานรวดเร็วขึ้น แต่จะกินไฟน้อยลง
 

10.เฟสบุ๊คแบบช่วงเวลา (Facebook's Timeline)  สำหรับ Facebook ทุกคนคงทราบกันดี เพราะส่วนใหญ่คนในสังคมออนไลน์มักจะต้องมี Facebook ที่ไว้คอยบอกเล่าเรื่องราวตัวเอง หรือมีติดต่อสื่อสารคนจำนวนมากๆพร้อมกัน ในเวลาอันรวดเร็ว และปัจจุบัน Facebook ก็ได้เปลี่ยนโฉมเป็นแบบ Timeline กันหมดแล้ว  

 


ข้อมูลนี้เอามาจากวารสาร Technology Review ของมหาวิทยาลัย MIT (Massachusette Institute of Technology)  ครั้งหน้าผมจะเล่ารายละเอียดในแต่ละข้อหัวนะครับ หรืออาจจะอ่านเป็นฉบับภาษาอังกฤษได้จาก Reference ของแต่ละหัวข้อได้เลยครับ

Ref>>Technology Review Published by MIT

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

10 เทคโนโลยีก่อกำเนิด (10 Emerging Technologies) ตอนโทรศัพท์ 3 มิติ (Mobile 3-D)

           ถ้าจะพูดถึงมหาวิทยาลัยผู้นำด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ หรือเทคโนโลยีของโลก คงหนีไม่พ้นมหาวิทยาลัย MIT (Massachusette Institute of Technology) ของอเมริกา ในความคิดส่วนตัวของผม MIT เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีของโลกตลอดกาลเลยทีเดียว ขนาดหน้าตาและโลโก้ของ Website ของเค้า ยังมีการ Update และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การดีไซด์ยังกินขาด เข้าไป web MIT บางครั้ง ผมนึกไม่ถึงว่า จะเป็น Web จากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำครับ.... ที่พูดถึง MIT ก็เพราะเค้ามีวารสารเป็นของตัวเอง ชื่อว่า Technology Review ซึ่งมี 1 บทความที่น่าสนใจ คือ เค้าได้เลือกเทคโนโลยีมา 10 ชนิดสำหรับในปี 2010 นี้ โดยเทคโนโลยีที่เค้าเลือกมาเค้าจะนิยามมันว่าเป็น  เทคโนโลยีก่อกำเนิด  (Emerging Technologies) เข้าใจแบบชาวบ้านตามประสาอย่างเราก็คือ เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด และจะมีผลกระทบต่อคนจำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้ครับ



       โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung B710 ก็ดูคล้ายๆกับโทรศัพท์ Smart Phone ทั่วไป แต่เมื่อหน้าจอเลื่อนจากแนวตั้งไปแนวนอนสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ภาพจากที่เราเห็นเป็นปกติธรรมดาเปลี่ยนเป็นภาพ 3 มิติทันที (Mobile 3-D)....มหัศจรรย์ยิ่งนัก....Dr. Julien Flack ผู้เป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ บริษัท Dynamic Digital Depth Inc. เป็นผู้ที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปีสำหรับการคิดค้น Software ที่สามารถเปลี่ยนภาพ 2 มิติให้เป็นภาพ 3 มิติได้ โดยเทคโนโลยีที่เค้าคิดค้น ยังสามารถกำจัดปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในการมองภาพ 3 มิติได้ นั่นคือ การไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตา 
 
         โดยปกติทั่วไปที่เราเคยดูหนัง 3 มิติเราจำเป็นต้องใส่แว่นตา ตัวอย่างง่ายสุดถ้าเราจำได้คือการใช้แว่น ที่ด้านหนึ่งเป็นสีแดง อีกด้านหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน และจอภาพที่เราเห็นจะมีสีสันคล้ายๆ สีน้ำเงินกับสีแดง (ภาพที่ฉายเกิดจากกล้องฉายภาพ 2 ตัว ที่ฉายภาพในมุมมองที่แตกต่างกัน) แว่นตาที่เราใส่ จะทำหน้าที่กรองภาพแต่ละสีออกไป ด้านแว่นสีแดงก็จะกรองสีแดงออก แว่นสีน้ำเงินจะกรองสีน้ำเงินออก และเนื่องจาก ภาพที่ฉายหน้าจอมาจากกล้องที่ฉายภาพต่างสีและอยู่ในมุมที่ต่างกันด้วย จึงทำให้ตาแต่ละข้างของเรามองเห็นภาพที่ต่างกัน และเมื่อสมองเรารวมภาพจากตาทั้งสอง จึงทำให้เกิดความลึกตื้นเกิดขึ้น เราจึงเห็นเป็นภาพนูนลอยออกมา แต่สำหรับโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นการสังเคาระห์ภาพ 3 มิติ จากภาพ 2 มิติที่ฉายอยู่เลย โดยมันจะสร้างคู่ภาพที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยในหน้าจอ ที่สามารถทำให้สมองเราตีค่าความลึกในแต่ละจุดของภาพนั้นได้ เลยเห็นเป็นภาพลอยออกมาได้นั่นเอง